แค่ปวดขา…ก็เป็นโรคด้วยหรือ

 

เชื่อไหมว่าหากนำ
“เส้นเลือด” ในตัวคนมาต่อกัน
จะได้ความยาวมากกว่าระยะทางรอบโลกเสียอีก

 

เส้นเลือดแดงเปรียบเสมือนท่อที่นำเลือดพร้อมทั้งออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ถ้ามีการตีบตันเกิดขึ้น ในระยะแรก ๆ อาจจะไม่มีอาการแต่ถ้าทิ้งไว้นานจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับอวัยวะที่ได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่พอ

 

เส้นเลือดแดงที่ขาเป็นจุดที่เกิดการตีบตันได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่เป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือเคยสูบบุหรี่จัด  รวมถึงคนอ้วน ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ นี้จะมีเส้นเลือดแดงที่ขาตีบได้ง่ายเราเรียกโรคนี้ว่า PAD

 
 
 

อาการของเส้นเลือดแดงตีบตัน ได้แก่ อาการปวดน่อง ปวดเท้า หรือปวดขา หลังจากการเดินหรือออกกำลังกาย และจะมีความรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้พัก  อาการนี้เรียกว่า Claudication ซึ่งเป็นการปวดจาก กล้ามเนื้อขาดเลือดและออกซิเจน เนื่องจากอาการนี้เมื่อพักแล้วหาย จะทำให้เราคิดว่าไม่เป็นอะไรมากนัก  จะรักษาด้วยการนวดและไม่ไปพบแพทย์ และอาจจะไม่ทราบว่าโรคที่เกิดนี้คือ โรค PAD

 

อาการปวดขานี้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ จะมีอาการชา หรือเย็นที่เท้า และจะมีอาการปวดในขณะที่พักผ่อน หรือใช้ชีวิตประจำวัน ถ้ามีอาการอุดตันเกิดขึ้น  จะทำให้กล้ามเนื้อที่ขาตายและถ้าผู้ป่วยเป็นเบาหวาน จะทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ หรือบางรายอาจจะต้องตัดนิ้ว ตัดเท้า หรือขา และถ้าติดเชื้อพิษจากการติดเชื้อจะซึมเข้าไปในเลือด อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

 

หลอดเลือดอุดตันป้องกันได้ เริ่มด้วยการสังเกตอาการที่กล่าวมาแล้วข้างต้น  หรือจากปัจจัยเสี่ยง ควรจะปรึกษาแพทย์ และทำการตรวจด้วยวิธีการง่าย ๆ เราเรียกว่า ABI (Ankle Brachial Index)  เบื้องต้นก็คือการออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาเป็นประจำ เช่น เดินเร็วๆ หรือวิ่งเหยาะๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องมีความสำคัญมาก โดยการรักษาระดับไขมัน เบาหวาน ความดัน  เลิกสูบบุรี่ ลดความอ้วน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

                                       
รศ.นพ. คมกริช   ฐานิสโร