อาหารของผู้ป่วยมะเร็งตับ

 

ผู้ป่วยมะเร็งตับไม่ว่าจะได้รับการรักษาไปแล้วหรือยังอยู่ระหว่างการรักษาก็ตาม  อาจมีหลักการในการรับประทานอาหารคล้าย ๆ กัน เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีภาวะตับแข็งหรือตับอักเสบร่วมอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย (หากมีอาการตับอักเสบรุนแรง  คือ อาจจะยังมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง  การดูแลตัวเองควรได้รับการแนะนำจากแพทย์โดยตรง)

 

มักจะมีคำถามว่ากินเนื้อสัตว์ได้หรือไม่

 

คำตอบคือ  เนื้อสัตว์ยังมีความจำเป็นแน่นอน  เพราะผู้ป่วยโรคตับจะมีภาวะขาดโปรตีนและโปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญให้ผู้ป่วยในการต่อสู้และรักษาโรคมะเร็ง  แค่อาจจะเลือกรับประทานเนื้อปลา  เนื้อไก่  หรืออาหารทะเลได้  รวมถึงไข่ไก่ ไข่เป็ด  หากไม่ได้เป็นเบาหวานหรือไขมันสูงมาก ๆ ก็ยังสามารถรับประทานไข่แดงได้

 
 

เราสามารถเพิ่มสัดส่วนโปรตีนจากพืช  เช่น เต้าหู้  ถั่วเหลือง  โปรตีนเกษตร   หรือเห็ดชนิดต่าง ๆ ซึ่งโปรตีนเกษตร  หรือเห็ดชนิดต่าง ๆ ซึ่งโปรตีนเหล่านี้สามารถมาชดเชยโปรตีนจากเนื้อสัตว์  แต่ไม่สามารถทดแทน  เรายังจำเป็นต้องรับประทานอาหารจากเนื้อสัตว์

 

ปัจจุบันมีโปรตีนที่ผลิตเป็นแบบสำเร็จรูปให้รับประทานง่าย  ซึ่งส่วนใหญ่มักจะนำมาใช้ได้และมีประโยชน์  สามารถนำมาเสริมอาหารจากธรรมชาติได้  โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่กำลังได้รับการรักษาหรือในผู้ป่วยโรคตับหรือมะเร็งมะเร็งตับที่รุนแรงจนไม่มาสารถรับประทานอาหารปกติได้  โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีน้ำในท้องหรือภาวะท้องมาร่วมด้วย

 

จำเป็นต้องลดอาหารพวกไขมันหรือไม่

อาหารประเภทไขมันในปริมาณมากเกินไป ยังมีความจำเป็นอยู่  แต่ต้องเข้าใจว่าผู้ป่วยโรคตับมักจะมีปัญหาการสร้างน้ำดีไม่เป็นปกติ  ดังนั้นจึงไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อยได้ง่าย  อาจจะเลือกที่จะลดไขมันจากสัตว์และอาจใช้น้ำมันสกัดจากมะพร้าวมาใช้ในการประกอบอาหารมากขึ้น

 

ต้องลดปริมาณข้าวหรือแป้งหรือไม่

หากไม่ได้เป็นเบาหวาน  ผู้ป่วยยังควรที่จะรับประทานอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตได้  อาหารประเภทนี้ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานของตับมากนัก  อย่างไรก็ตามการควบคุมปริมาณข้าว  แป้ง  และน้ำตาลจะมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักไม่ให้สูงจนเกินไป

 

ผู้ป่วยที่มีภาวะตับอักเสบเฉียบพลันอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้  ดังนั้นจึงควรระมัดระวัง มิให้ขาดอาหารในช่วงเวลาดังกล่าว

 

การรับประทานผักใบเขียว  ผลไม้ที่มีกากใยสูง  เช่น  กล้วย  ชมพู่  ฝรั่ง  มีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างวิตามินให้แก่ผู้ป่วย  และยังช่วยให้ลดภาวะท้องผูกและอาการอาหารไม่ย่อยในผู้ป่วยได้ด้วย  การรับประทานวิตามินเสริมอาจได้  แต่ควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาให้

 

การรับประทานข้าวกล้อง  ธัญพืช  ถั่วชนิดต่าง ๆ  สามารถทำได้  แต่ควรระมัดระวังในเรื่องของความสะอาด  ปราศจากเชื้อรา  และไม่ควรรับประทานมากเกินไปจนทำให้ได้รับไขมันปริมาณสูงได้

 

ผู้ป่วยที่มีน้ำในช่องท้องหรือมีอาการบวมที่ขา  นอกจากจะต้องเสริมอาหารพวกโปรตีนไข่ขาวแล้ว  ยังต้องลดอาหารเค็ม  การเติมเกลือหรือน้ำปลา  แต่การดื่มน้ำมาก ๆ มิได้ทำให้การบวมน้ำเป็นมากขึ้นแต่อย่างใด

 

ท้ายสุดต้องยึดหลักสำคัญสามประการที่สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยมะเร็งทุกชนิดคือ

-  ต้องรับประทานอาหารสุก

-  เลือกวัตถุดิบที่สะอาด

-  ประเภทอาหารครบ 5 หมู่

 

รศ.นพ.คมกริช ฐานิสโร

 - ภาพประกอบจาก iStock